พลับพลึงธาร มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พลับพลึงน้ำ หรือช้องนางคลี่ หรือหอมน้ำ" จัดเป็นพืชอวบน้ำหรือพืชน้ำอยู่ในวงศ์ Amaryllidaceae ที่เป็นตระกูลพลับพลึง และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Crinumthaianum เพราะพบในประเทศไทยแห่งเดียวในโลก โดยธรรมชาติหัวมักโผล่เหนือดินประมาณ 2 ใน 3 เพื่อป้องกันการเน่า มีความสูงตั้งแต่ 60-200 ซม หรืออาจจะมากกว่าขึ้นกับระดับน้ำ ชูก้านขึ้นเหนือน้ำอยู่เสมอ มีใบสีเขียวอ่อนๆ ถึงสีเขียวแก่ ใบไหวไหลลู่
ไปตามกระแสน้ำ ดอกบานมีสีขาว เกษรสีเหลือง หากยังดอกตูมก็งดงามปานยังกับพนมมือไหว้ ทนต่อความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 5.5-9 และชอบอุณหภูมิที่ 18-28 องศาเซลเซียส สามารถนำมาปลูกเป็นพืชน้ำประดับได้ นักท่องเที่ยวบนแพหลายลำเมื่อได้พบเห็นต่างทยอยกันลงไปบันทึกภาพคู่กับพืชน้ำชนิดนี้ สีหน้าหลายคนดีใจที่เดินทางไกลมาชม แล้วได้พบเห็นต้นพลับพลึงธารซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่น พบเห็นได้ที่จังหวัดระนองกับจังหวัดพังงา จึงอาจจะกล่าวได้ว่าพลับพลึงธาร สามารถพบเห็นได้ที่ประเทศไทยแห่งเดียวในโลก และยังเป็นพืชที่จะขึ้นอยู่ในน้ำสะอาดเท่านั้น จึงแทบอยากจะบอกได้ว่าพืชชนิดนี้เป็นพืชที่ใช้ชี้วัดคุณภาพของแหล่งน้ำ สามารถพบเห็นได้ ตั้งแต่ครองบางปรุ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ลงมาทางทิศใต้ จนกระทั้งถึงครองบางเผาหมู อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา รวมเส้นทางแหล่งที่พืชขึ้นตามลำธารน้ำโดยประมาณ 77 ตารางกิโลเมตร จาการสำรวจ พบต้นพลับพลึงธาร กระจายอยู่ในพื้นที่ 11 ครอง ส่วนใหญ่พบบริเวณ พื้นที่ราบตามครองที่มีน้ำไหล น้ำสะอาด แต่หากจะมาท่องเที่ยว ดูต้นดอกพลับพลึงนั้น หนึ่งปีมีครั้งเดียวในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม ของทุกปี สำหรับปีนี้จากการล่องแพไปตามลำคลอง คณะเราพบเห็นดอกพลับพลึงน้อยมาก ขึ้นอยู่ห่างๆ กัน แต่สำหรับของที่หาชมได้ยากหนึ่งเดียวในโลกใบนี้ จึงอยากจะบอกว่าคุ้มกับการเดินทางมาเยี่ยมชม...กับต้นพืชที่หาชมได้ที่เดียวที่คลองนาคา...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น